บทความดีๆ เกี่ยวกับการรักษาสิว


3 เทคนิค ที่คนเป็นสิวเรื้อรังทุกคนต้องรู้ !!
เพราะถ้าคุณพลาดข้อใดข้อหนึ่งไป นั่นหมายความว่า คุณอาจพลาดการรักษาสิวที่ถูกวิธี เพื่อผิวสุขภาพดีไร้สิวในระยะยาว

1) .ประการแรกของการรักษาสิวให้ได้ผลชัดเจน ก็คือการรู้จักประเภทของสิว

การรู้ที่มาที่ไป และชนิดของสิวนั้น ทำให้เรารู้สาเหตุที่แท้จริงของการเป็นสิว เพื่อหาวิธีป้องกันและรักษาสิวได้ถูกต้องถูกวิธี ส่งผลให้รักษาได้ง่ายขึ้น ตรงจุด และหายขาดได้ในที่สุด วันนี้เรามาทำความรู้จักกับประเภทของสิวที่คนส่วนใหญ่เป็นกันดีกว่าค่ะ

1 สิวอักเสบ (inflammatory acne) เกิดจากการอักเสบของสิวอุดตันที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย p.acne สิวประเภทนี้มักจะทิ้งความเสียหายให้กับเซลล์ผิวได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหลุมสิว รอยแดงรอยดำจากสิว ลักษณะของสิวอักเสบคือ เป็นตุ่มนูนๆขึ้นมาบริเวณพื้นผิว เป็นเม็ดแดงๆ อาจมีหนองปนอยู่หรือไม่ก็ได้ เม็ดสิวอาจใหญ่หรือเล็กก็ได้ กดไปแล้วรู้สึกเจ็บ บ่อยครั้งพอหายก็มักจะทิ้งไตสิวไว้เนื่องจากผิวบริเวณนั้นถูกทำร้ายบ่อยครั้ง สิวอักเสบแบ่งออกเป็นหลายชนิดด้วยกัน ดังนี้ -สิวอักเสบชนิดตุ่มนูนแดง (papule) มีขนาดของเม็ดสิวแตกต่างกันออกไป -สิวอักเสบชนิดมีหนอง (pustule) รากสิวอาจลึก หรือตื้นก็ได้ ถ้าเป็นสิวอักเสบชนิดตื้นจะใช้เวลาในการหายเร็วกว่าสิวอักเสบชนิดลึก ส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการหายประมาณ 2-6 สัปดาห์ -สิวอักเสบชนิดแดงเป็นก้อนลึก (nodule) บางครั้งจับคล้ายมีไตสิวอยู่ข้างใต้ ใช้เวลาในการหายประมาณ 8 สัปดาห์ สิวอักเสบประเภทนี้อาจทิ้งรอยแผลเป็นจากสิวตามมาได้ถ้าดูแลไม่ถูกวิธี -สิวอักเสบเป็นถุงขนาดใหญ่ใต้ผิวหนัง (cyst) มักมีขนาดใหญ่ ในเม็ดสิวประกอบด้วยหนองของเหลวอยู่มากมาย มักจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้เสมอ

2 สิวอุดตัน (comedone) เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน มีลักษณะเป็นเม็ดตุ่มเล็กๆ แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ -สิวอุดตันหัวปิดหรือสิวอุดตันหัวขาว (white head) สังเกตุเห็นเป็นตุ่มนูนเล็กๆหัวขาวๆ ส่วนใหญ่มีลักษณะกลืนกับสีผิวของเรา เกิดจากการอุดตันสะสมอยู่ในท่อต่อมไขมันและรูขุมขน ส่วนใหญ่จะกลายเป็นสิวอักเสบได้ ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง -สิวอุดตันหัวเปิดหรือสิวอุดตันหัวดำ (black head) มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กๆ มีจุดดำอยู่ตรงกลาง เกิดจากเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ไขมัน เชื้อสิว อุดตันอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมัน สิวอุดตันชนิดนี้ดูแลรักษาได้ง่ายกว่าสิวอุดตันชนิดหัวปิด เพราะถ้าหัวสิวหลุดแล้วดูแลผิวดีๆโอกาสกลับมาเป็นสิวประเภทนี้อีกค่อนข้างยาก -สิวอุดตันชนิดมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า (microcomedone) มักจะอยู่ในบริเวณผิวที่ดูปกติ ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการเกิดสิว หรือเคยหายจากการเป็นสิวแล้ว ดังนั้นจึงควรดูแลผิวให้ถูกวิธีเพื่อป้องกันการเกิดสิวซ้ำซากและเรื้อรัง

3 สิวเสี้ยน (trichostasis spinulosa) พบได้บ่อยบริเวณจมูก คาง ข้างจมูก ทางการแพทย์ไม่ได้ถือว่าสิวเสี้ยนเป็นสิว ในความเป็นจริง สิวเสี้ยน คือกลุ่มของขนอ่อน (vellus hair) ที่อุดตันอยู่ในรูขุมขน อาจมีการแบ่งตัวของเซลล์ชั้นหนังกำพร้ามากผิดปกติ จนปิดกั้นรูขุมขน ทำให้ขนที่สร้างขึ้นมาไม่สามารถหลุดออกไปได้

4 สิวผด (acne estivalis) มีลักษณะคล้ายผดผื่นเล็กๆ แหลมๆ บางครั้งอาจมีลักษณะเป็นสีแดงหรือคันได้ อากาศมักจะมีผลต่อการขึ้นของสิวประเภทนี้ โดยเฉพาะอากาศร้อน มักจะดูเรียบหรือดีขึ้นในช่วงเช้า และจะดูเห่อๆในช่วงบ่ายๆ หยุดพฤติกรรมล้างหน้าบ่อยๆเพราะจะทำให้เป็นมากขึ้น ถ้าดูแลไม่ถูกวิธีจะทำให้เป็นมากขึ้น พบมากบริเวณหน้าผากและขมับ อาจมีการอักเสบร่วมหรือไม่ก็ได้


2 ) การรู้ว่าผิวของเราเป็นผิวประเภทไหน นั่นหมายถึงความเข้าใจในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ได้ถูกต้องและเหมาะสมกับผิวประเภทนั้นๆ ช่วงเวลาไหนควรพักผิว ช่วงเวลาไหนควรฟื้นฟูบำรุงผิว เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาผิวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ดังนั้นเรามาเช็คผิวเพื่อที่เราจะสามารถดูแลผิวของเราให้ถูกต้องกันนะคะ

1 ผิวธรรมดา (normal skin) เรียกได้ว่าเป็นผิวที่มีความสมดุลที่สุด ผิวสุขภาพดี ไม่แห้งและมันมากจนเกินไป ต่อมไขมันมีการผลิตน้ำมันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผิวเรียบเนียนอ่อนนุ่ม รูขุมขนเล็ก ไม่มีปัญหาเรื่องริ้วรอยหรือสิว ผิวมีการไหลเวียนของเลือดลมได้ดี

2 ผิวแห้ง (dry skin) เป็นผิวที่ละเอียดบอบบางเกิดริ้วรอยได้ง่าย รูขุมขนเล็ก เป็นผิวที่ผลิตน้ำมันน้อยกว่าปกติ ขาดกรดไขมันที่จำเป็นในการรักษาความชุ่มชื้น ทำให้ดูแห้งกร้านหมองคล้ำง่าย บางครั้งมีอาการลอกเป็นขุย คันอยู่บ่อยๆ

3 ผิวมัน (oilyskin) มีลักษณะเงา มันวาว มีการผลิตน้ำมันในปริมาณที่มากเกินไป รูขุมขนกว้างมองเห็นได้ชัดเจน ผิวหยาบ มีแนวโน้มเป็นสิวได้ง่าย

4 ผิวผสม (combination skin) เป็นผิวผสมระหว่างผิวธรรมดา ผิวแห้ง ผิวมัน ผลิตน้ำมันมากช่วง t-zone (หน้าผาก คาง จมูก) ผิวจะแห้งบริเวณโหนกแก้มและข้างแก้ม มักจะมีสิวหัวดำหรือสิวเสี้ยนขึ้นบริเวณจมูก และมีสิวขึ้นบริเวณหน้าผากและคาง

5 ผิวแพ้ง่าย (sensitive skin) เป็นผิวที่ระคายเคืองง่ายและบอบบางมากๆ มักจะมีปัญหากับอากาศ ฝุ่นละออง แพ้ได้ง่าย แดงระคายเคืองง่าย หาผลิตภัณฑ์ใช้ค่อนข้างยาก ใช้อะไรก็มักจะแพ้บ่อยๆ มีมีอาการแห้งลอก บวมแดง เป็นผื่นแพ้ รวมถึงแสบคัน หน้าแดงเวลาออกแดดได้ง่าย ผิวประเภทนี้ัมักมีโอกาสเป็นสิวได้ง่าย พื้นผิวอักเสบง่าย


3 ) การรับรู้ในส่วนของระบบสุขภาพภายในนั้นทำให้เราหันกลับมาใส่ใจและดูแลตัวเองได้มากขึ้น
การขึ้นของสิวแต่ละโซนบนใบหน้าหรือพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้เกิดสิว ตามศาสตร์แพทย์แผนตะวันออก สามารถบอกได้ว่าเรามีภาวะเสี่ยงต่อการเสียสมดุลของอวัยวะภายในร่างกายอะไรบ้าง ตามมาดูกันค่ะ

1. ระบบกำจัดของเสีย (ตับ กระเพาะปัสสาวะ) สิวบริเวณหน้าผากเกิดจากการที่ร่างกายมีการสะสมของสารพิษเพิ่มขึ้น และร่างกายพยายามที่จะขับสารพิษนั้นออก แต่เนื่องจากอวัยวะที่ทำหน้าที่ส่วนนั้นเกิดความผิดปกติหรือทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงเกิดเป็นลักษณะของสิวเกิดขึ้น

2. ฮอร์โมน และลำไส้ สิวใต้ริมฝีปากด้านซ้ายและขวา บ่งบอกถึงความผิดปกติของระดับฮอร์โมน เช่น ผู้หญิงในช่วงใกล้มีประจำเดือน หรือช่วงที่มีภาวะความเครียดสูง ส่วนสิวที่คางส่วนปลาย บ่งบอกถึงความผิดปกติของกระเพาะอาหารและลำไส้ เช่น การกินอาหารที่ย่อยยาก หรือมีการกินอาหารรสจัด ทำให้มีปัญหาเรื่องการดูดซึมบริเวณลำไส้

3. ปอด ปัญหาภูมิแพ้ สิวที่แก้มและโหนกแก้ม บ่งบอกถึงความผิดปกติของไซนัสและปอด ซึ่งมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ การได้รับควันบุหรี่ หรือภาวะภูมิแพ้ รวมทั้งปัญหาหวัดเรื้อรังที่เป็นๆหายๆ หายแล้วก็กลับมาเป็นอีก รวมถึงภูมิคุ้มกันภายในร่างกายอ่อนแอ

4. ระบบสืบพันธุ์ และความเครียด สิวที่จมูก ใต้จมูก และเหนือริมฝีปากบน บ่งบอกถึงความผิดปกติของสมดุลฮอร์โมน ตลอดจนการทำงานของระบบสืบพันธุ์ โดยส่วนใหญ่จะพบได้บ่อยในผู้หญิงซึ่งจะมีความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอยู่ตลอด เช่น ในภาวะตั้งครรภ์ ช่วงใกล้เป็นประจำเดือน หรือช่วงที่มีการใช้ยาคุมกำเนิด รวมทั้งช่วงที่มีภาวะความเครียดด้วยค่ะ

5. ไต และการขับออกของของเสีย สิวรอบดวงตา บ่งบอกถึงความผิดปกติของไตและภาวะภูมิแพ้ โดยสาเหตุหลักๆมาจากการสูบบุหรี่ การสูดดมเอาควันบุหรี่เข้าไป ควันจากมลภาวะ โรคภูมิแพ้ และปัญหาหวัดเรื้อรัง รวมทั้งการทานอาหารที่ย่อยยากและดูดซึมยากซึ่งมีผลต่อระบบการขับออกของของเสีย ส่วนสิวบริเวณใบหู บ่งบอกถึงความผิดปกติของไตเช่นเดียวกับบริเวณรอบดวงตา แต่สาเหตุมักจะมาจากการดื่มเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ ทำให้มีผลต่อการขับออกของของเสียในร่างกาย

6. ความเครียด ปัญหาทางอารมณ์และจิตใจ สิวที่คอและหน้าอก บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบสมองและจิตใจ โดยสาเหตุหลักก็มาจากความเครียด ความวิตกกังวล รวมถึงอาจมีการเพิ่มขึ้นของความร้อนภายในร่างกายบริเวณลำตัวช่วงบน ซึ่งอาจจะมาจากการรับประทานอาหารในกลุ่มหวานและมันมากเกินไป รวมถึงการดื่มน้ำน้อยและพักผ่อนน้อย

7. พฤติกรรมการใช้ชีวิต สิวที่หลัง โดยส่วนใหญ่แล้วมักเกิดจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การใส่ชุดนอนซ้ำๆกันหลายวัน การไม่รักษาความสะอาดของเครื่องนอน การปล่อยให้เหงื่อแห้งไปกับตัวนานๆ การใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่แรงเกินไป การขัดถูผิวบริเวณหลังที่รุนแรง หรือการรับประทานอาหารจำพวกหวานมัน ทั้งนี้อาจเกิดจากความร้อนในร่างกายที่เพิ่มสูงขึ้น เช่นดื่มน้ำน้อย รับประทานอาหารหวานมันหรืออาหารรสจัด และความเครียด

ลองสังเกตุกันดูนะคะว่าช่วงนี้เรามีสิวขึ้นบริเวณไหนบนใบหน้าบ้างแล้วลองลดพฤติกรรมนั้นๆลงค่ะ


รักษาสิวที่ไหนดี
ชั้น 3 ดิเอสพละนาดรัชดา ติดลิฟท์แก้วด้านหน้า
เดินทางสะดวกสบาย โดยรถไฟฟ้าใต้ดิน ( MRT ) สถานีศูนย์วัฒนธรรม ทางออกประตูที่ 3
สายด่วน : 081-791-1283 สอบถาม : 02-660-9353
Copyright © 2009-2017 detox-acne.com All Rights Reserved.